งานวิจัยชี้ โอเมก้า-3 อาจช่วยสุขภาพร่างกายหลายส่วน แต่ไม่ช่วยบำรุงสมองในผู้สูงอายุ

เม็ดแคปซูลน้ำมันปลาเป็นอาหารเสริมที่นิยมรับประทานกัน ผู้คนในสหรัฐใข้จ่ายเพื่อซื้อมันกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ไม่แน่เงินส่วนนี้อาจจะนำไปใช้จ่ายอย่างอื่นได้ดีกว่า โดยงานวิจัยใหม่เป็นงานวิจัยขนาดยักษ์ที่พบว่า ส่วนประกอบสำคัญของน้ำมันปลา หรือกรดไขมันโอเมก้า-3 นั้นไม่ได้ช่วยอาการสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ

ด้วยการทำการวิจัยกับกลุ่มทดลองเกือบ 4,000 คน ที่ถูกติดตามเป็นระยะเวลานานกว่า 5 ปี จากการให้ข้อมูลของนักวิจัย การวิจัยนี้เป็นหนึ่งในงานวิจัยที่ใหญ่ที่สุดและยาวนานที่สุดเลยทีเดียว ถูกตีพิมพ์ใน Journal of the American Medical Association ซึ่งไม่สนับสนุนคำกล่าวอ้างที่ว่า การรับระทานโอเมก้า-3 สามารถช่วยป้องกันสมองจากความเสื่อมทางการรับรู้ได้

“สวนกระแสความเชื่ออย่างสิ้นเชิง เราไม่พบผลเกี่ยวโยงใดๆ ของการรับประทานโอเมก้า-3 เพื่อหยุดโรคสมองเสื่อมอย่างอ่อนนี้” กล่าวโดย อีมิลี่ ชีว รองผู้อำนวยการสถาบันจักษุแห่งชาติ ส่วนหนึ่งของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ

เธอบอกกับเราว่า “การรับประทานไม่ได้ไปหยุดโรค” “ถ้าผู้คนคิดว่ามันจะไปช่วยกลไกการรับรู้ของสมอง มันก็ไม่ได้ช่วยเหมือนกัน ในกลุ่มผู้สูงอายุ”

นักวิจัยทำการสุ่มกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 4 กลุ่ม : กลุ่มหนึ่งให้รับประทานยาหลอก(placebo) อีกกลุ่มให้ทาน โอเมก้า-3 อีกกลุ่มหนึ่งให้ทาน Lutein และ Zeaxanthin เป็นสารอาหารที่พบในพวกผักใบเขียว และกลุ่มสุดท้ายให้ทานทั้ง โอเมก้า-3 Lutein และ Zeaxanthin โดยสภาพกลไกการรับรู้ของสมองของกลุ่มตัวอย่างที่นำมาสืบหาข้อสรุปนั้นจะถูกทดสอบด้วยหลายวิธี เช่น การระลึกรู้จำได้ที่ช้าหรือกลางๆ ความสนใจ และความจำ การทดลองนี้เป็นช่วงต้นของการวิจัย จากนั้นสองถึงสี่ปีต่อมาถึงมาดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่

นักวิจัยจึงพบว่า กลไกการระลึกรู้ของแต่ละกลุ่มลดลงในอัตราที่พอๆ กัน หรือกล่าวได้ว่า โอเมก้า-3 ไม่มีผลอะไร จึงเป็นที่เข้าใจได้ว่า การรับประทานโอเมก้า-3 ไม่ว่าจะด้วยทางอาหารหรืออะไรในปริมาณไม่สูงพอก็มีผลออกมาไม่แตกต่าง

“เราพบข้อมูลว่าการรับประทาน โอเมก้า-3 อาจจะมีผลช่วยสุขภาพตา สมอง และหัวใจ ” ดร.ชีว กล่าว

มีข้อจำกัดอยู่บ้างในการศึกษาวิจัย ซึ่งนักวิจัยลงรายละเอียดไว้ในเอกสาร โดยนักวิจัยติดตามกลุ่มทดลองนานกว่า 5 ปี แต่ในขณะที่กระบวนการของโรคสมองเสื่อมอย่างอ่อนนี้อาจกินเวลานานเป็นสิบๆ ปี

ปัจจุบัน เป็นการสำคัญมากที่ควรจำไว้ว่า การควบคุมอาหารอย่างสมดุลเป็นอะไรที่สำคัญ แฟรงค์ ฮู ศาสตราจารย์ด้านสารอาหารและระบาดวิทยาที่วิทยาลัยแพทย์สาธารณสุข T.H. Chan ฮาวาร์ด บอกว่า “ถ้าคุณควบคุมอาหารด้วยการทานผลไม้ ผัก และปลาทะเลเยอะๆ คุณไม่จำเป็นต้องทานอาหารเสริมพวกน้ำมันปลาเลย” วิธีการควบคุมการรับประทานโดยภาพรวมสำคัญกว่าสารอาหารตัวเดียว”///วิชาการดอทคอม