พิษภาษีเหล็ก’ทรัมป์’ ฮาร์เลย์-เดวิดสัน เล็งย้ายฐานมาไทย เจอค้านอีก

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. เดอะการ์เดียนรายงานว่า บริษัทผลิตชอปเปอร์ชื่อดังอย่าง ฮาร์เลย์ เดวิดสัน กำลังจะปิดโรงงานในรัฐวิสคอนซิน สหรัฐ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก ที่เป็นวัตถุดิบในการประกอบชอปเปอร์ กลายเป็นผลร้ายต่อต้นทุนการผลิตของบริษัทนี้
จากคำประกาศของนายทรัมป์ ทำให้ฮาร์เลย์ เดวิดสันจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นทันที 30 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณเกือบ 100 ล้านบาท บริษัทจึงมีแผนการย้ายฐาน

การผลิตไปยังประเทศไทย แต่ถูกคัดค้านจากแรงงานชาวอเมริกันว่า หากตั้งย้ายฐานการผลิตก็เหมือนกับตบหน้าคนอเมริกัน
หลังจากที่ทางการสหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก กลายเป็นผลร้ายและการเพิ่มต้นทุนให้กับชอปเปอร์ชื่อดัง ประกอบกับตัวเลขยอดขายของฮาร์เลย์ที่ลดลง

ไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 ยอดขายของแบรนด์ชอปเปอร์ดังนี้ลดลงถึงร้อยละ 40 รวมไปถึงราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่ลดลงถึงร้อยละ 13 ในปีนี้

นายพอล ไรอัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา ส.ส.รัฐวิสคอนซิน ถึงกับให้โฆษกหญิง นางแอชลีย์ สตรอง ออกมาสะท้อนความกังวลถึงผลเสียที่จะตามมาจากผลแห่งการทำสงครามการค้า และเตือนให้ทำเนียบขาวอย่าเดินหน้าแผนขึ้นภาษีดังกล่าว

ส่วนน.ส.เจมี คัตซ์ นักวิเคราะห์จากมอร์นิ่งสตาร์ สถาบันทางการเงินด้านการจัดการกองทุนระบุว่า ปัญหาของฮาร์เลย์ เดวิดสัน คือไม่สามารถป้อนสินค้าความต้องการใหม่ให้กับลูกค้าได้ และยิ่งมีเรื่องภาษีเข้ามาก็ยิ่งเป็นการผลักให้ลูกค้าออกห่างจากสินค้ามากขึ้น
ด้านสหภาพยุโรป ผู้นำหลายประเทศเล็งที่จะตอบโต้ทางการค้าเช่นเดียวกัน โดยสินค้าหลายชนิดที่เป็นเสมือนกับสัญลักษณ์ของสหรัฐ อย่างเหล้าวิสกี้เคนตักกี กางเกงยีนส์ลีวายส์ และฮาร์เลย์ เดวิดสัน ต่างถูกขึ้นบัญชีรายชื่อเป็นแบรนด์เสี่ยงว่าจะตกเป็นเหยื่อสงครามการค้าครั้งนี้

แม้กระทั่งนายญอง-โคลด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปยังบอกในรายการโทรทัศน์ด้วยว่า “อียูก็ทำเรื่องโง่ๆ ได้”

นอกจากนี้ ฮาร์เลย์ เดวิดสันยังตกเป็นเป้าโจมตีจากบรรดาแรงงานที่ทำงานในสายการผลิตหลังจะย้ายโรงงานไปที่ประเทศไทย

นายเลโอ เจอราร์ด อธิบายว่าฮาร์เลย์ เดวิดสันเหมือนกับเอกลักษณ์ของภาคการผลิตสหรัฐ พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้บริหารทบทวนแผน ซึ่งหากย้ายออกไปตั้งโรงงานที่อื่นเท่ากับว่าเป็นการตบหน้าแรงงานชาวอเมริกัน และผู้ขับขี่ฮาร์เลย์ เดวิดสันกว่าหลายหมื่นหลายพันชีวิตทั่วสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม จริงๆ แล้วบริษัทชอปเปอร์ชื่อดังแห่งนี้ มีโรงงานผลิตนอกสหรัฐอยู่ที่เมืองพวัล ในประเทศอินเดียอีกด้วย
ทั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฮาร์เลย์ เดวิดสันได้รับผลกระทบจากเรื่องขึ้นภาษี โดยในปี 2546 ภายใต้รัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู บุช ก็ถูกทางสหภาพยุโรปขู่จะขึ้นภาษีนำเข้ารถชอปเปอร์ หลังบุชพยายามหาทางขึ้นภาษีเหล็กมาแล้ว

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก ข่าวสด