อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ

เป็นอุทยานฯ ลำดับที่ 33 ของประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 50,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอโขงเจียม และอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบและเนินเขาเตี้ยๆ มีแม่น้ำมูล และแม่น้ำโขงไหลผ่าน สภาพป่าทั่วไปเป็นป่าแพะหรือป่าแดง จะมีป่าดิบเฉพาะบริเวณริมห้วยใหญ่เท่านั้น
Continue reading อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ

อู่ต่อเรือพระเจ้าตาก หรือ อู่ต่อเรือเสม็ดงาม

อู่ต่อเรือเสม็ดงามอยู่ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 11 กม. สันนิษฐานว่าเป็นสถานที่ซึ่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ใช้เป็นอู่ต่อเรือ เมื่อครั้งเตรียมยกทัพไปตีพม่าเพื่อกู้เอกราชชาติไทยเมื่อ พ.ศ.2310
Continue reading อู่ต่อเรือพระเจ้าตาก หรือ อู่ต่อเรือเสม็ดงาม

ศูนย์กลางวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาเพื่อการพึ่งตนเอง (ศวต.)

สถานที่แห่งนี้มิใช่เป็นเพียงแหล่งช็อปปิ้งวัตถุดิบและสินค้าผลิตภัณฑ์ของเขาค้อเท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่ส่วนของรีสอร์ตสำหรับพักผ่อนกายใจภายใต้บริษัทเขาค้อทะเลภู ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2530 โดยพลิกฟื้นจากผืนดินแห้งแล้งให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวจากการปลูกต้นไม้และสมุนไพรนานาชนิดดังปณิธานที่ว่า “มีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีอาหารที่ดี มีกายและใจที่ดี มีกิจกรรมที่ดีและมีรากฐานภูมิปัญญาไทยที่ดี” ผลิตภัณฑ์ของเขาค้อทะเลภูเป็นสินค้าเกษตรแบบปลอดสารเคมี และได้ทำเป็นสินค้าเกษตรแปรรูปในปี 2540 เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร โดยยึดมั่นในจุดยืนเดิม คือ กิจกรรมการผลิตต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และพึ่งพาธรรมชาติอย่างยั่งยืน ในส่วนรีสอร์ต คุณสามารถเลือกพักผ่อนได้ในรูปแบบของ บ้านไม้สักหนึ่งชั้นครึ่งริมทะเลสาบ หรือบ้านไม้แบบชนบทเพื่อสัมผัสกับบรรยากาศริมทุ่งนา นอกจากนี้ยังมีฟาร์มเกษตรอินทรีย์ให้เดินชม ผ่อนคลายด้วยสปา และช็อปปิ้งผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปเพื่อสุขภาพ ที่ดำเนินธุรกิจภายใต้คำขวัญ “พึ่งตนเองได้ ค้าขายเป็น โดดเด่นเพื่อสังคม” เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์สปา เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ สบู่แชมพู ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับปากและช่องปาก สเปรย์หอมและน้ำมันหอมระเหย ผลิตภัณฑ์ชาและสมุนไพรแห้ง อาหารเพื่อสุขภาพ ข้าวและธัญพืช ยาแผนโบราณ เป็นต้น นอกจากนี้ ทาง ศลต. ยังได้เปิดให้เป็นแหล่งการเรียนรู้สำหรับผู้สนใจ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีในการผลิตวัตถุดิบ การแปรรูปและการตลาดแบบครบวงจรโดยอาศัยภูมิปัญญาไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
Continue reading ศูนย์กลางวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาเพื่อการพึ่งตนเอง (ศวต.)

วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร

วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นวัดโบราณที่มีชื่อเดิมว่า “วัดสามจีนใต้” ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของสถานีรถไฟ หัวลำโพง โดยทางทิศเหนือของวัด จรดกับถนนพระราม 4 ทิศใต้จรดกับถนนตรีมิตร ทิศตะวันออก จรดกับซอยสุกร 1 และทิศตะวันตกจรดกับถนนเจริญกรุง ตามคำเล่าขานกล่าวกันว่า วัดสามจีน เดิมมีอยู่สามวัด คือหนึ่งวัดสามจีนที่อยู่ในคลองบางอ้อ เรียกว่าวัดสามจีนเหนือ สำหรับวัดที่อยู่บางขุนพรหมคือวัดสังเวชวิศยาราม และส่วนที่อยู่จังหวัดนนทบุรีคือวัดโชติการาม และวัดสามจีนใต้ ก็คือ วัดไตรมิตรวิทยาราม วัดไตรมิตรวิทยารามตั้งอยู่บนพื้นที่ 14 ไร่ 2 งาน 31 ตารางวา เดิมเป็นพื้นที่ราบลุ่มซึ่งมีน้ำขัง หากแต่ปัจจุบันได้ถูกปรับปรุงใหม่ให้เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด สิ่งสำคัญภายในวัด คือพระสุโขทัยไตรมิตร ประดิษฐานอยู่ที่พระวิหาร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยทองคำ ที่ได้รับการบันทึกลงในกินเนสบุ๊คว่าเป็นองค์ใหญ่ที่สุด ด้วยขนาดหน้าตั้งกว้าง 3.01 เมตร สูง 3.91 เมตร สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสุโขทัย ด้านในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานคือ พระพุทธทศทลญาณ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยปูนปั้นลงรักปิดทอง ประชาชนทั่วไปเรียกว่า “หลวงพ่อโต” หรือ “หลวงพ่อวัดสามจีน” ซึ่งประชาชนนิยมมาบนบานศาลกล่าวอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เคยทรงเสด็จพระราชดำเนินมานมัสการ และตรัสยกย่องว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพระพุทธลักษณะงดงามยิ่งนักอีกด้วย
Continue reading วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร

บ้านโบราณ

ไม่เพียงมีผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์เท่านั้น หากอำเภออุ้มผางยังมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่น่าสนใจ นั่นก็๕ือ บ้านโบราณที่ปลูกสร้างขึ้นเรียงรายอยู่ในตัวอำเภอที่ส่วนใหญ่มีอายุมากกว่า 40 ปี แม้ปัจจุบันนี้มีอยู่ไม่ถึง 10 หลังแล้ว เนื่องจากสภาพทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่บ้านโบราณเหล่านี้ก็ยังคงเป็นเสน่ห์อันเรียบง่าย ของอำเภออุ้มผาง Continue reading บ้านโบราณ